ปีนี้ผมอายุ 30 และกำลังจะกลายเป็นคน อายุ 31 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
มีเมีย 1  คน
ลูก 1 คน
หมา  7 ตัว (อันนี้ไม่เกี่ยว)
เอ้อ ช่างมันเหอะ

นึกย้อนกลับไปเมื่อก่อน ตอนเด็กๆ คนที่อายุ 30
ในความคิดผมในตอนนั้น คือคนที่โคตรเป็นผู้ใหญ่ และโคตรแก่

แต่พอถึงคราวตัวเองต้อง อายุ 30 บ้าง
ผมกลับไม่รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น หรือรู้สึกว่า "แก่" เลยแม้แต่น้อย
ผมยังคิดอยู่เสมอว่าผมเป็น "วัยรุ่น" อยู่เหมือนเดิม
ผมยังชอบฟังเพลงที่มันดุเดือด โหวกเหวก (แต่อาจผ่อนจากเมื่อก่อนเล็กน้อย)
ผมยังชอบอ่านการ์ตูน และดูการ์ตูน
ผมยังชอบเล่นเกมส์อยู่ (แม้คนรอบตัวมักมองผมแปลกๆ เวลาผมควักเอา DS หรือ PSP มาเล่น)
เมื่อก่อนผมชอบอะไร ผมก็ยังชอบมันอยู่เหมือนเดิม แล้วผมจะแก่ได้ไง จริงมั้ย...

จนเมื่อซักพักใหญ่ๆ ที่ผ่านมา ผมเริ่มเกิดอาการ "หงุดหงิด" กับศัพท์วัยรุ่นบางคำ
คำนั้นคือ...........


"กากจริงๆ"

ให้ตายเหอะเวลาผมได้ยิน หรือเห็นคนพิมพ์คำๆ นี้ตามบอร์ดต่างๆ แล้วผมรู้สึกหงุดหงิดทุกที
ผมว่ามันเป็นคำด่าที่โคตรเจ็บ และดูถูกสุดๆ ถ้าเป็นสมัยก่อน โดนคนมาด่าแบบนี้ คงมีต่อยปาก


แต่พอมาคิดทบทวนดูแล้วมันอาจเป็นแค่คำติดปากคำหนึ่งสำหรับวัยรุ่นสมัยนี้เท่านั้น
คงเหมือนกับคำพูดติดปากของผมเวลาคุยกับเพื่อนคือ "เหี้ย" (หยาบกว่า กาก อีก 55)
คำว่าเหี้ย นี้แทนได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วแต่เรื่องราวที่คุย ขณะนั้น
(ชั่ว,ห่วย,อุบาท,กวนฯลฯ)

และคงเหมือนกับผมไม่ชอบกางเกงขาลีบที่ฮิตๆ กันเวลานี้
ทั้งที่เมื่อก่อนผมก็เคยใส่ไอัพวกกางเกงตัวใหญ่แบบ HIP HOP เหมือนกัน 555

จากอาการที่เกิดขึ้นเมื่อมาตรองดูแล้ว ผมแอบสรุปเอาเองในใจว่า
ผม "โตขึ้น" จากเมื่อก่อนจริงๆ

แต่ยังห่างไกลจากคำว่า "แก่"อยู่อีกหลายปี หึหึ

เอาเหอะ ถ้าได้อยู่ถึง 50 ปี ค่อยเอาคำว่าแก่มาใช้คงยังไม่สายมั้ง

ปีนี้เป็นปีที่ชาวนายิ้มออกจริงๆ เพราะขายข้าวได้ราคาดีถึงของอย่างอื่นอาจจะแพง
แต่ถ้าขายข้าวได้ราคา  ชาวนาก็พลอยยิ้มออก ถ้าของแพง แต่ขายข้าวไม่ได้ราคาด้วยก็เสร็จกัน

บ้านผมเป็นบ้านนอกนะ ครอบครัวก็เคยเป็นชาวนามาก่อน แต่พอมาทำมาค้าขาย
ก็เลิกทำนากันไปนานนนน มากแล้วหล่ะ เพราะไม่ค่อยมีเวลา

ครั้งสุดท้ายที่จำได้ว่าเห็นแม่ไปนา ก็ซักประมาณตอนผมอยู่ประถมละมั้ง (นานมากๆๆๆๆๆ)
ถึงจะเป็นลูกชาวนา แต่ก็เข้าไปเรียนในตัวเมืองตั้งแต่เด็ก
ทำให้ไม่เคยทำนาซักกะที มีความรู้เกี่ยวกับนาน้อยมากกก  เคยลงนาแค่ครั้งเดียวเองมั้งในชีวิต (เสียชาติเกิดจิง)
ตัวผมเองอ่ะจำไม่ค่อยได้หรอก แม่เล่าให้ฟังอีกที ..

สมัยผมเรียนจบใหม่ๆ ผมไม่มีความคิดอยากกลับมาอยู่บ้านเลย เพราะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ
คงจะติดชีวิตใน กรุงเทพฯมากไปแต่พอได้กลับมาอยุ่บ้านจริงๆ
ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนถ้าถามผมตอนนี้ ผมไม่อยากไปอยุ่แล้วอ่ะ เจ้ากรุงเทพฯ เนี่ยให้ตายเหอะ

ความรู้สึกตอนนี้คือบ้านผมมันสงบสุขชะมัด  ยิ่งตอนนี้มีครอบครัวแล้ว
ก็ไม่อยากไปไหนแล้วอยู่กะเมียกะลูก วู้วว สุขสุดๆ



เอ้านอกเรื่องไปไกล มาเรื่องนากันต่อ
ถึงจะไม่ได้ทำนาแต่หลังบ้านผมก็ยังเป็นสวนอยู่ ส่วนรอบๆ บ้านก็เป็นทุกนามองไปได้ไกลลิบๆ เลยทีเดียวเชียว
ตอนแรกผมไม่รู้ว่าบ้านผมยังมีนาอยู่นึกว่าถมทำสวนไปหมดแล้ว
มารู้ทีหลังว่าไอ้เจ้าทุ่งนาที่อยู่ติดๆ กะสวนเนี่ยมันก็นา ของบ้านผมเอง อ้าว - -'

ก็บ้านเราไม่ได้ทำนาตั้งนานแล้วนี่ แล้วข้าวที่เห็นในนาอ่ะใครทำ ?
ก็เลยได้คำตอบจากแม่ว่ามีช่วงนึ่งที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงิน ก็เลยเอาไปจำนองไว้กะญาติๆ กันนี่หล่ะ
จำนองแต่ 50,000 บาทเอง นานนนนมากแล้ว ไม่ได้ไถ่คืนซะที
เพราะไถ่มาก็ไม่มีคนทำก็เลยปล่อยให้เค้าทำไปเรื่อยๆ

ผมฟัง ก็อืมๆๆ ไปตามเรื่อง แต่แฟนผมนี่ดิหูผึ่งทันทีเธอบอกว่าอยากทำนา ผมก็เฮ้ยจิงหง่ะ
ได้ยินตอนแรกก็ขำๆ  นึกว่าพูดเล่น แต่ดูๆ ไป เฮ้ยเมียตูเอาจริงนี่หว่า
ประกอบกะคิดไปคิดมา ก็ เออ นาก็นาเราจำนองไปแค่ 50,000 ถ้าราคาข้าวยังดีอยู่อย่างงี้
ทำแค่รอบเดียวก็ได้เกิน 50,000 ไปตั้งเท่าไหร่แล้ว (บ้านผมทำนาได้ปีละสองหน)

เอาวะ ทำก็ทำ ก็เลยเกิดแนวคิดจะไถ่นาเพื่อเอามาทำซะเอง หึหึ
(พูดยังกะจำทำเอง ที่จริงก็ต้องจ้างเค้านั้นหล่ะ แหะๆ )
โปรเจคทำนาเพื่อครองโลก ก็เริ่มขึ้นนะบัดนี้

เวลาลูกโตขึ้น  เวลาครูถามว่าพ่อแม่ ทำอาชีพอะไร ผมจะให้ลูกตอบว่า
"พ่อกับแม่น้องน้ำหนึ่งเป็นชาวนาค่ะ"

เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆ
เผลอแผล่บเดียวระยะห่างระหว่าง entry ล่าสุดที่ผม up (26 ต.ค. 50)
กับ entry นี้ก็ห่างซะตั้ง 5 เดือนกว่า !! ป้าดดดด อะไรมันเร็วปานนั้น
ผมยังรู้สึกว่าผมเพิ่งอัพเดตบล็อกเมื่อไม่นานมานี้เองนะนี่ .......


..อาจเป็นเพราะชีวิตผมช่วงนี้มันวุ่นๆ กับการต้องปรับเปลี่ยนวิถีชิวิตหลายๆ อย่าง
อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ ทำไม่เป็นก็ต้องหัด ต้องใช้ความพยายามพอควร
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่โครตเหนื่อย แต่ก็โครตมีความสุขเช่นกัน (เอ้า ไม่ต้องคิดลึก)


และนี่คือตัวต้นเหตุ ...

ไม่ใช่ผู้่ชาย นะเค๊อะ

เจ้าตัวร้ายที่เห็นชื่อว่าน้องน้ำหนึ่ง... อายุ 3 เดือน กะอีก 2 วัน
อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กผู้ชายนะครับ เธอเป็นผู้หญิง
แถมเป็นผู้หญิงที่สวยที่มากๆ ซะด้วย แฮ่ม


เธอเกิดมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนในชีวิต โดยแท้
ที่แน่ๆ เป็นเครื่องหมายรับประกันคุณภาพ ว่าผมเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถเป็นพ่อคนได้ หุหุ

ใครที่ยังไม่แต่งงาน หรือกลัวการแต่งงาน อาจคิดว่าการแต่งงานเป็นตัวการที่เราต้องปรับตัวการขนานใหญ่
แต่สำหรับผมนั้นเปล่าเลย หลังแต่งงานชีวิตผมไม่ได้ต้องปรับเปลี่ยนอะไรซักเท่าไหร่

แต่ช่วงหลังมีลูกต่างหาก ที่ต้องปรับตัวกันขนานใหญ่
จากที่เคยนอนหลับสบายได้ตลอดคืน
กลายเป็นต้องตื่น กลางดึกกลางดื่น มาชงนม มาเปลี่ยนผ้าอ้อม
เพราะเธอรักสะอาดครับ ถ้าก้นเปียกเธอจะไม่ยอมหลับเลย
นี่แค่ฉี่นะ ถ้าอึก็ยุ่งขึ้นไปอีก
คืนแรกๆ นี่เหนื่อยจริงๆ แต่ตอนนี้สบายครับ ชินซะแล้ว หึหึ

จากตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะไม่ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
แต่มันไม่ไหวจริงๆ เธอฉี่กันจนไม่ได้หลับได้นอน
เลยลองใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ โอ้วสุดยอดครับ หายเหนื่อยไปได้เยอะ

ตอนนี้สบายแล้วครับ รู้ไต๋เธอแล้ว ว่าเธอจะหิวนมตอนกี่โมง ต้องให้นอนตอนไหน
ให้นมตอนไหน ให้เยอะขนาดไหนถึงจะไม่แหวะ

ผ่านมาแล้ว 3 เดือน ได้เห็นพัฒนาการของลูกทุกวัน ๆ ก็ชื่นใจครับ
นี่หล่ะน้า ความรู้สึกของพ่อแม่ ทำให้เรารู้เลยหล่ะครับว่ากว่าจะเลี้ยงลูกจนโตได้
มันเหนื่อยจริงๆ


ตอนนี้พ่อแม่มือใหม่อย่างเราก็คงต้องพยายาม ดูแลเจ้าหญิงตัวน้อยๆ นี้ให้ดีที่สุดละครับ
สุดท้าย เอ้า โชว์รูปอีกหน่อย ลูกผมสวยจริงๆ นะเอ้า (โคตรเห่อ) 5555

หน้าเป็นผดเต็มไปหมดเพราะน้ำนม

จ้ากกกก

อะจ้ากกกกก